การฝึกขั้นพื้นฐาน ฟอกปอดหลอดลม เคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่งสบาย (ลมปราณ ep.1) #สายสุขภาพ

Last updated: 2021-05-27  |  186 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การฝึกขั้นพื้นฐาน ฟอกปอดหลอดลม  เคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่งสบาย (ลมปราณ ep.1) #สายสุขภาพ

วันนี้มีโอกาสมานั่งรื้อฟื้นตำราเก่าๆ เรื่องที่เคยฝึกฝนมานาน และห่างหายไปนานเช่นเดียวกัน การเดินลมปราณเพื่อสุขภาพ เหมาะกับยุคนี้สมัยนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ covid อันรุนแรงขึ้นทุกวัน ทำให้เรา จำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ การเดินลมปราณหรือการใช้ลมหายใจอย่างถูกต้อง เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เรา มีร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณเปล่งปลั่งผ่องใส พร้อมที่จะสู้ในทุกสถานการณ์ในแต่ละวัน ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ และเป็นอีกหนึ่งแนวทาง พี่จะร่วมต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ และผ่านพ้นมันไปให้ได้ ร่วมกับพี่น้องทุกๆคนนะครับ

ในเรื่องของลมปราณ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นหนังจีนกำลังภายในไปเสียทิศทางเดียว หากแต่พิจารณาให้เข้าใจแล้ว คำว่า "ปราณ" หมายถึง ชีวิต ดังนั้น ลมปราณ จึงหมายถึง ลมแห่งชีวิต หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ลมหายใจเข้าออกของแต่ละคนนั่นเอง เพราะถ้าเราไม่หายใจ ก็เท่ากับเราสิ้นชีวิตไปแล้ว  หากแต่การรักษาลมหายใจให้คงที่ และการเคลื่อนย้ายลมหายใจไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะภายในอวัยวะของเรา จะมีจุดเชื่อมโยง เส้นประสาทเชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อน ซึ่งเป็นเรื่องของกายวิภาคศาสตร์ และสรีรศาสตร์  ที่สอดคล้องกับจุดสำคัญต่าง ๆ ของร่ายการ 7 จุด หรือจักระทั้ง 7 อย่างที่ผู้ศึกษาเข้าใจกัน  

ดังนั้น การเดินลมปราณ จึงหมายถึงการขับเคลื่อนลมหายใจไปตามอวัยวะต่าง ๆ อย่างถูกต้องและสมดุลร่างกายไม่เสีย อีกทั้งยังประโยชน์อย่างมากมายแก่ผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง  ผู้เขียนขอหยิบยกส่วนหนึ่งของบทความของเว็บไซต์ "ผู้จัดการ360องศา" มาประกอบความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการหายใจอย่างถูกต้องดังนี้

ทำไมต้องหายใจอย่างถูกต้อง
เพื่อความสุขและความมั่นคงทางอารมณ์ – วารสาร Cognition & Emotion ตีพิมพ์การค้นพบว่า การควบคุมลมหายใจสามารถปรับเปลี่ยนความแปรปรวนทางอารมณ์ของคุณได้มากถึงร้อยละ 40 ไม่ว่าอารมณ์โกรธ กลัว ความสุข หรือความเศร้า เพียงหายใจเข้าและออกทางรูจมูกอย่างช้าๆ 
 
เพื่อลดน้ำหนัก – ผลการวิจัยของ ดร.เชอร์ลีย์ เทลเลส ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการวิจัยปตัญชลีในอินเดียระบุว่า การฝึกหายใจแบบโยคี หรือการหายใจเข้าออกทางรูจมูกอย่างช้าๆ ช่วยเพิ่มระดับของเลปติน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เนื้อเยื่อไขมันหลั่งออกมาเพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองให้ระงับความรู้สึกหิวได้
 
เพื่อออกกำลังกายได้ทนนานขึ้น – อายุรแพย์โรคหัวใจและหลอดเลือดแห่งมหาวิทยาลัยทาเวีย ประเทศอิตาลี ทำการศึกษาโดยเปรียบเทียบกลุ่มนักปีนเขาผู้ฝึกควบคุมการหายใจอย่างช้าๆ วันละชั่วโมงเป็นเวลา 2 ปี ก่อนปฏิบัติภารกิจปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ กับกลุ่มนักปีนเขาที่ไม่เคยฝึกการหายใจ ผลคือกลุ่มที่ฝึกหายใจสามารถปีนถึงยอดเขาได้โดยไม่ต้องใส่หน้ากากออกซิเจน ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งจำเป็นต้องใส่หน้ากากออกซิเจนช่วย
 
นอกจากนี้ จากตัวอย่างเลือดและตัวอย่างลมหายใจออกยังระบุว่า กลุ่มที่ฝึกหายใจสามารถใช้งานพื้นผิวของปอดถึงร้อยละ 70 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราสูงสุดของการหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป
 
เพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้น – ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าวว่า การเข้าร่วมหลักสูตรฝึกความผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ โยคะ หรือสวดมนต์ ล้วนส่งผลถึงยีนส์ของผู้เข้ารับการฝึกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยนำตัวอย่างเลือดทั้งก่อนและหลังการฝึกมาวิเคราะห์แล้วพบว่า ตัวอย่างเลือดหลังการฝึกมียีนส์เกี่ยวกับระบบเผาผลาญและการยับยั้งภาวะอักเสบเพิ่มขึ้น
 
โดยเหตุที่ภาวะอักเสบเรื้อรังมีส่วนสัมพันธ์กับโรคร้ายบางชนิด เช่น โรคหัวใจ อัลไซเมอร์ ซึมเศร้า และมะเร็ง จึงอาจกล่าวได้ว่า การควบคุมลมหายใจอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยเปลี่ยนชีวิตของคุณในทางที่ดีขึ้นได้ แต่ยังช่วยรักษาชีวิตด้วย

ที่มา :  http://gotomanager.com/content/ศาสตร์การควบคุมลมหายใจ/

หลักเกณฑ์ในการฝึกลมปราณ ขั้นที่ 1 ก็คือ 

(1.)  การเดินลมปราณชั้นพื้นฐาน 

เริ่มต้นจากการนั่งในท่าขัดสมาธิราบ เพื่อความผ่อนคลายของร่างกาย และสูดลมหายใจเข้าไปให้สุดท้องน้อย บริเวณใต้สะดือประมาณ 2 นิ้วครึ่ง เรียกจุดนี้ว่า ตานเถียนล่าง หรือจุดตันชั้ง หลังจากนั้นปล่อยลมหายใจออกทางปากช้า ๆ จนสุดลมในท้อง ปล่อยออกให้หมดสิ้น แล้วจึงสูดลมกลับเข้าไปใหม่ เติมให้เต็มเปี่ยม และปล่อยออกให้สุดอีกครั้ง สามารถทำได้เรื่อย ๆ บ่อย ๆ ทำตลอดได้ยิ่งดี เป็นการนำอ๊อกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงปอดและร่างกายมากยิ่งขึ้น 

(คำอธิบายกระบวนการหายใจของมนุษย์ : ในเซลล์ที่มีชีวิตนั้น  จะมีการหายใจตลอดเวลาโดยการใช้ออกซิเจนแล้วปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาตรเท่า ๆ  กัน  แต่อย่างไรก็ตามการหายใจไม่ใช่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนก๊าซเท่านั้น  กระบวนการทั้งหมดเป็นกระบวนการออกซิเดชั่น-รีดักชั่น  ซึ่งอาหารจะถูกออกซิไดซ์ไปเป็นคาร์บอนไดออกไซด์  ส่วนออกซิเจนที่เซลล์ได้รับจะถูกรีดิวซ์ไปเป็นน้ำ อาหารที่เป็นสารเริ่มต้นของกระบวนการหายใจได้แก่  แป้ง     ฟรุคโตแซน (Fructosan) ซูโครส  น้ำตาลชนิดอื่น ๆ ไขมัน  กรดอินทรีย์  และในบางกรณีโปรตีนก็สามารถเป็นสารเริ่มต้นได้)

(2.)  การเดินลมปราณแบบราชสีห์คำราม ขั้นที่ 1

คือการดึงลมหายใจลงสุดตันชั้ง กักลมหายใจไว้สัก 3 วินาที แล้วดันลมทั้งหมดมารวมกันที่ปอด และกำหนดความรู้สึกทั้งหมดไว้ที่จุดทะลวงหน้าหลังของหลอดลม หรือ จักระที่ 5 (บริเวณคอ) ปล่อยลมหายใจออกทางปากพร้อมออกเสียง "โอมมมมม" อย่างต่อเนื่อง ทำแบบนี้เริ่มต้นสัก 5 ครั้ง 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้