"facebook-domain-verification" content="qrak1x88p9zbe381cfhnnrlfj3rq9v" />

ข้อคิดก่อนเปิดร้านอาหารในช่วงโควิด-19

Last updated: 2020-12-12  |  95 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้อคิดก่อนเปิดร้านอาหารในช่วงโควิด-19

ด้วยสภาวะเศรษฐกิจยุคโควิด-19 แบบนี้  เชื่อได้เลยว่า หลายคนได้รับผลกระทบทางด้านการทำงานค่อนข้างสูงเลยทีเดียว  และแน่นอนครับ สำหรับคนที่ไม่สามารถประกอบอาชีพปกติ ย่อมมองหาลู่ทางทำมาหากินเพื่อประคองค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เช่น ธุรกิจโรงแรมที่ผลประกอบการขาดทุน ก็ต้องหารายได้เพื่อจ่ายเงินเดือนลูกน้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าครองชีพ สารพัดมากมาย  และธุรกิจเดียวที่ทุกคนมองเห็นคุณค่า และขนานนามว่า เป็นธุรกิจที่ไม่มีวันตาย นั่นก็คือ การขายอาหาร เหตุผลเดียวคือ "ยังไงคนก็ต้องกิน"  ซึ่งนั่นเป็นตรรกะที่ถูกต้องนะครับ แต่ปัญหาคือ มันไม่ใช่เราคนเดียวนี่สิ ที่คิดแบบนั้น ... ถูกต้องครับ ทุกคนก็คิดเหมือน ๆ กัน จนกระทั่งหลายคนที่ตกงาน ก็ผันตัวเองมาประกอบอาชีพขายอาหารกันหมด สมัครแกร๊บ และไลน์แมน เพื่อประกอบอาหารที่บ้าน  ก่อให้เกิดการแข่งขันทางการตลาดสูงมาก มีแต่ผู้ขายมากราย แล้วผู้ซื้อจะเลือกซื้อสินค้าจากใครดี และใครจะไปต่อได้ ใครจะล้มเหลว  นั่นต้องมีองค์ประกอบมากมายเหล่านี้ครับ

1.  ถ้าคุณจะทำร้านอาหารขนาดเล็กแบบ Home Kitchen นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ภาระหน้าที่จะถาถมตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นจ่ายตลาด เตรียมของ เตรียมแพ็คเกจจิ้ง ถ้าจะทำส่งแต่เฉพาะเดลิเวอรี่ ต้องมาคำนวณราคาอาหาร ต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนแพ็คเก็จจิ้ง ค่าคอมที่ต้องเสียให้เจ้าของค่ายส่งอาหาร กำไรต่อจาน  ค่าความเสี่ยงในการสูญเสียวัตถุดิบทางการบูดเสีย  และความเหนื่อยล้าจากการทำครัวเพียงคนเดียว หรือในครัวเรือนก็ตาม เพราะงานครัวคืองานที่ละเอียดมาก หากเราใส่ใจนะครับ (ผู้เขียนขอก้าวข้ามการทำอาหารแบบไม่ใส่ใจนะฮะ)

2.  ถ้าคุณจะทำร้านอาหารแบบนั่งทานได้ขนาดเล็กหรือขนาดกลาง สิ่งที่คุณต้องวางระบบนั้นจะเพิ่มขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนการตกแต่งร้าน การเดินระบบไฟ ระบบครัว ค่าวัสดุอุปกรณ์ ระบบน้ำ การชะล้าง  เงินลงทุนค่าวัตถุดิบตั้งต้น และอื่น ๆ 

3.  ถ้าคุณจะทำร้านอาหารขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกสักหน่อย จะต้องพิจารณาถึงที่จอดรถ จำนวนโต๊ะที่จะรับลูกค้า การบริการ และบริกร รวมถึงขนาดของครัวที่จะต้องเหมาะสมกับจำนวนเมนูที่ขายด้วยนะครับ ขนาดร้านอาหารที่ใหญ่ขึ้น ก็จะต้องมีองค์ประกอบปลีกย่อยที่มากมายตามขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่ สำหรับคนที่มีเงินนิ่ง ๆ ไม่เดือดร้อน เค้าจะมักจ้างผู้จัดการร้าน เพื่อบริหารจัดการเบ็ดเสร็จในคราวเดียว ซึ่งนั่น ไม่ได้หมายความว่าคุณจะข้ามความเสี่ยงในธุรกิจอาหารได้ 100% หรอกนะครับ 

4.  หัวใจสำคัญของธุรกิจอาหารไม่ว่าจะขนาดเล็กขนาดใหญ่คือ ระบบบัญชีครับ ถ้าเราวางระบบบัญชีไม่รัดกุม โอกาสเสี่ยงที่จะเลือดไหลจนหมดตัวมีมากมายเหลือเกิน เพราะธุรกิจอาหารเป็นอะไรที่สามารถรั่วไหลได้มากมาย เช่น การใช้แอ๊พพลิเคชั่นคีย์ออเดอร์ หรือเก็บเงิน จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องวางระบบคน ระบบบิลให้ดีและรัดกุม ให้พนักงานแต่ละแผนก แต่ละตำแหน่งคานอำนาจการตรวจสอบซึ่งกันและกันอย่างชัดเจน เช่น แคชเชียร์ ห้ามมีหน้าที่เดินเก็บเงินลูกค้าเอง หรือแม้กระทั่งให้ลูกค้ามาเช็คที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เองก็ตาม เพราะเงินสามารถรั่วไหลได้เพียงแค่แคชเชียร์ไม่คีย์บิล หรือคีย์แล้วลบบิลทิ้ง ถ้าเจ้าของกิจการไม่ตั้งระบบล็อคบิลให้ดีพอ  หรือแม้กระทั่งวัตถุดิบที่อาจจะรั่วไหลโดยหัวหน้าครัวก็ตามที  เพราะฉะนั้นในธุรกิจอาหารร้านใหญ่ ๆ จึงมักแยกผู้ตรวจสอบออกมาในส่วนของสำนักงาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบสินค้าคงคลัง และการบัญชีได้อย่างชัดเจน รวมถึงตัวผู้ประกอบการเอง ที่ในบางครั้งต้องคุมเงิน คุมการจ่ายตลาดเองด้วยซ้ำ

5.  การสั่งของและจ่ายตลาด หากเป็นธุรกิจอาหารขนาดเล็กแน่นอนครับ ย่อมไม่มีปัญหาเพราะเจ้าของกิจการจะเป็นผู้ไปจ่ายตลาดซื้อของเอง  แต่หากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ต้องอาศัยการสั่งจากรถส่งผัก ส่งเนื้อสัตว์ จะต้องมีหน้าที่ตรวจเช็คของเข้า และการใช้วัตถุดิบแบบเข้าก่อน ออกก่อน (First in - First out)  และการทำ shelf life การเก็บรักษาวัตถุดิบแต่ละชนิดก็แตกต่างกันไปอีก และทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่องค์ประกอบเล็ก ๆ ของผู้ที่จะเริ่มต้นธุรกิจอาหาร

6.  หลังจากออกแบบร้าน ตกแต่ง วางระบบต่าง ๆ แล้ว องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในธุรกิจอาหารก็คือบุคลากร  ไม่ว่าจะเป็นคนทำอาหาร ที่จะต้องปรุงรสชาติที่ถูกปากลูกค้า รวมถึงความสะอาด การวางแผนงานครัวที่ดี  ก็จะมีพนักงานในส่วนของบริการ ที่จะต้องประสานสอดคล้องกัน รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีด้วยเช่นกัน  บรรยากาศร้าน และสิ่งดึงดูดอย่างอื่นอีกที่เราต้องมาสร้างให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

7.  อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงก่อนการเปิดร้านอาหารก็คือ ทำเลที่ตั้งนะครับ ว่าอยู่ในตำแหน่งไหน สิ่งอำนวยความสะดวกมีมากแค่ไหน กลุ่มลูกค้าคือใคร จะขายใคร ขายอะไร และสิ่งหนึ่งคือคุณต้องอย่าคิดไปเองว่ามันจะดี มันจะได้ โดยขาดการคัดกรองจากผู้มีประสบการณ์เด็ดขาด ให้ปรึกษาคนที่เคยทำและกำลังประสบผลสำเร็จดีอยู่แล้ว  เพราะการที่เขาจะประสบผลสำเร็จทางธุรกิจอาหาร นั่นหมายความว่าเค้าจะต้องผ่านปัญหานานับประการมาจนเชี่ยวชาญแล้วจริง ๆ 

8.  อย่าเอาความคาดหวัง หรือคาดว่า วางอนาคตให้ตนเองอย่างขาดการไตร่ตรองและรับฟังคำคัดค้านจากคนรอบข้างนะครับ  เพราะสิ่งที่คุณหวัง อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็เป็นได้  บางร้านตำแหน่งที่ตั้งดี ทำเลดี อาหารอร่อย ราคาไม่แพง แต่ก็ขายไม่ได้เพราะลูกค้าเข้าช้าเกินไป ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นวันต่อวัน จนต้องปิดกิจการไปก็มีมาก เพราะฉะนั้น ในการลงทุนแต่ละครั้ง มันนำพามาซึ่งความเสี่ยงหลายอย่างด้วยกัน 

9.  สิ่งที่สำคัญที่สุดของเจ้าของกิจการร้านอาหารคือ ถ้าคุณไม่ใช่คนทำอาหารอร่อยเลิศ คุณก็ควรจะเป็นคนที่ชิมอาหารระดับเทพ หรือทานอาหารมาอย่างหลากหลาย เพราะประสบการณ์เหล่านี้คุณจะจ้างคนทำอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องสั่งสมประสบการณ์ด้วยตัวคุณเอง และคุณจะต้องเริ่มมันด้วยความสำรวมระวังอย่างที่สุด 

10.  ในสถานการณ์ที่คุ่แข่งขันมากราย คุณจะต้องขายอาหารที่อร่อย ถูกหลักอนามัย และราคาถูกเท่านั้นถึงจะอยู่รอด นั่นเป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญ เพราะในขณะที่การแข่งขันสูง แต่ต้นทุนวัตถุดิบกลับพุ่งตัวสูงขึ้น คุณจะบริหารจัดการมันเช่นไรด้วยนะครับ

11.  คุณจะต้องวิเคราะห์คู่แข่งที่ทำการขายในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างดี และสิ่งที่สำคัญที่สุดของธุรกิจอาหารคือ เครือข่ายสังคม เพราะนอกจากจะเรื่องของรสชาติอาหารแล้ว ก็ยังมีเรื่องของการปฏิส้มพันธ์ของร้าน กับลูกค้าอีกเช่นกัน  และนั่นเป็นตัวสำคัญที่จะนำเงินมาสู่ร้านอาหารของคุณ  นอกเสียจากว่าคุณจะขายในแบรนด์ที่ดังอยู่แล้ว และเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถขายได้โดยที่ไม่ต้องสร้างเครือข่ายสังคมใด ๆ หรือการเปิดร้านในเส้นทางท่องเที่ยว หรือเส้นทางผ่านแวะทาน สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องใช้องค์ประกอบของการรับลูกค้าประจำ เพราะกลุ่มลูกค้าของคุณคือ ลูกค้าหน้าร้านแบบ walk in เป็นหลัก 

สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจอาหารนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาก่อนเปิดร้านสำหรับคนที่สนใจจะเริ่มต้นทำร้านอาหารเป็นของตนเอง  นำไปพิจารณากันด้วยนะครับ  ขอบคุณครับ 

Powered by MakeWebEasy.com