สายเล่า ตอนที่ 4 ตำนานลี้ลับ "หล่มภูเขียว" อ.งาว จังหวัดลำปาง (มีคลิป)

Last updated: Dec 2, 2020  |  998 จำนวนผู้เข้าชม  |  สายเล่า

สายเล่า ตอนที่ 4 ตำนานลี้ลับ "หล่มภูเขียว" อ.งาว จังหวัดลำปาง (มีคลิป)

หล่มภูเขียว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ปฏิมากรรมธรรมชาติที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก หรือชั้นหินปูน ซึ่งเดิมทีอาจเคยเป็นโพรงถ้ำมาก่อนก็เป็นได้ เมื่อเพดานถ้ำชั้นบนยุบตัวลงจึงกลายเป็นจุดรับน้ำ เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า "หลุมยุบ" นักวิชาการคาดว่ามีอายุมากกว่า 280 ล้านปี ชาวบ้านเดินป่าเข้าไปพบเป็นเป็นแหล่งน้ำสีเขียวมรกตสวยงาม โอบล้อมไปด้วยผาหินปูนสูงชันกลางป่าดิบแล้งแห่งนี้ จึงเรียกกันว่า "หล่มภูเขียว" อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางขึ้นไปด้านบน (อ.งาว) ประมาณ 96 กิโลเมตร  ขับรถแบบไม่พักคือ 1.30 ชม.

หล่มภูเขียว ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ อีกทั้งยังมีตำนานเรื่องเล่าลี้ลับจากผู้เฒ่าผู้แก่ชาวบ้านอ้อนที่เชื่อว่า มีพญางูใหญ่ หรือพญานาคปกปักรักษาคุ้มครองสถานที่แห่งนี้อยู่ เรียกกันว่า "เจ้าพ่อหล่มภูเขียว"  ในสมัยอดีต จึงมีการบวงสรวงบูชาเป็นประจำทุกปี โดยการนำขันข้าวดอกไม้ธูปเทียนประดับประดาบนแพขอนไม้ แล้วอธิษฐานจิตลอยไปกลางน้ำ ปรากฎว่าขอนไม้นั้นจมลงไปใต้น้ำ ชั่วครู่ก็ลอยกลับขึ้นมา โดยที่ธูปเทียนไม่ได้ดับตามไปด้วย  สร้างความอัศจรรย์ใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงมีความเชื่อว่า น้ำในหล่มภูเขียวนี้ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใช้ดื่มกินเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในพิธีพุทธมนต์ต่าง ๆ ตราบจนถึงปัจจุบัน 

 

อีกหนึ่งความเชื่อเกี่ยวกับต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นอยู่รอบหล่ม จะมีใบไม้แห้งร่วงหล่นลงผิวน้ำทุกวัน แต่ปรากฎว่าทุกเช้า ใบไม้เหล่านั้นจะหายไป เหลือไว้เพียงน้ำใสสะอาด มองลงไปเห็นเหล่าปลาแหวกว่ายสวยงาม ชาวบ้านเชื่อว่า หากใบไม้ที่ร่วงหล่นลงไป จมอยู่ใต้น้ำที่ไม่มีการไหลเวียนเช่นนี้ หลายร้อยปีน้ำคงจะเน่าเสียไปแล้ว  แต่นี่กลับคงธรรมชาติสวยงามเช่นเดิมทุกวัน เป็นที่ฉงนใจยิ่งนัก

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า มีสามเณร 4 รูปได้มาเที่ยวเล่นที่หล่มภูเขียวแห่งนี้ ขณะนั้นหล่มแห่งนี้มีจอกแหนลอยเต็มผืนน้ำไปหมด สามเณรจึงได้อธิษฐานจิต ขอให้ได้เห็นสิ่งที่อยุ่ภายในน้ำแห่งนี้  ทันใดก็บังเกิดนิมิตรเป็นพระพุทธรูปแก้ว 7 สี อยู่บนหลังเต่าลอยขึ้นมาเหนือน้ำ และมีพญานาคว่ายวนอยู่รอบพระพุทธรูปนั้น เมื่อออกจากนิมิตร ปรากฎว่าจอกแหนที่ปกคลุมผืนน้ำก็มลายหายไปจนหมด กลายเป็นแอ่งน้ำใสเย็นจวบจนปัจจุบัน  กล่าวกันว่า สามเณร 1 ใน 4 รูปนั้น ยังคงบวชเป็นพระอยู่ที่วัดในหมู่บ้านอ้อน เพื่อเล่าขานสิ่งที่ตนพบเจอแก่ญาติโยมทั่วไป

ยังคงมีเรื่องเล่าขานอีกมากมายจากทีมถ่ายทำเมื่อครั้งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ว่า พบกับปาฏิหารย์ และสิ่งลี้ลับจากหล่มภูเขียวแห่งนี้ เช่น การนำเครื่องบินเล็กมาถ่ายทำ และเครื่องบินเหมือนถูกบางสิ่งขว้างปาให้ไปติดหน้าผาหินปูน เมื่อทีมงานพยายามจะปีนขึ้นไปเก็บ กลับได้ยินเสียงเสือคำรามต่อเนื่องหลายครั้ง ทังที่ป่าบริเวณนี้ไม่น่าจะมีเสือได้  จนต้องเผ่นออกมาแทบไม่ทัน และต้องขอกำลังสนับสนุนจากค่ายประตูผา เพื่อเข้าไปเก็บกู้เครื่องบินดังกล่าวในวันถัดไป 

(บทความจากคำบอกเล่าของนายพีระเมศร์ ตื้อตันสกุล เขียนโดย นายวิทยา ยะเปียง 
จาก : https://sites.google.com/a/longwittaya.ac.th/hlm-phukheiyw/prawati-hlm-phukheiyw/khwam-pen-ma-khxng-hlm-phukheiyw  ) 

อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ไปเยี่ยมชมพบเห็นจินตนาการได้จากการมองภาพผิวน้ำ เมื่อเงาผาหินปูนกระทบน้ำ สามารถแปรเปลี่ยนไปได้ต่าง ๆ นา ๆ ชาวบ้านเชื่อว่า แล้วแต่กรรมสัมพันธ์ และการตั้งสมาธิจิต บางอย่างที่อยู่ภายใต้หล่มภูเขียวแห่งนี้ อาจจะสื่อสารกับผู้ที่ไปเยี่ยมชมก็เป็นได้

ปัจจุบันหล่มภูเขียวแห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด หากแต่ต้องปฏิบัติตามกฎ คือ ห้ามหย่อนเท้าลงไปในบ่อน้ำ ห้ามอาบน้ำ ห้ามให้อาหารปลา เพราะปลาเหล่านี้ ชาวบ้านผู้ศรัทธาได้นำมาปล่อยและเชื่อกันว่าเป็นบริวารของเจ้าพ่อหล่มภูเขียว และชาวบ้านจะให้กล้วยเป็นอาหารประจำทุกวัน นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องให้อาหาร ณ จุดนี้นะครับ อย่างน้อย เคารพกฎชาวบ้าน เพื่อธรรมชาติที่สวยงามต่อไปด้วยนะครับ 

สำหรับทางเดิน และจุดชมหล่มภูเขียว ทางการได้จัดทำให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ สวยงามและเป็นสัดส่วนมาก อาจจะขึ้นลงยากสักหน่อยแต่แข็งแรงใช้ได้เลยทีเดียว 

ส่วนบริเวณลานจอดรถด้านหน้ามีสิ่งอำนวยความสะดวกบริการครบครับ ไม่ว่าจะเป็น ลานจอดรถกว้าง ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ห้องน้ำ สิ่งเดียวที่อยากจะฝากไว้คือว่า อย่าคาดหวังจะทำกิจกรรมอะไรมากมายกับสถานที่แห่งนี้ เนื่องจากเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเป็นการสำรวจธรรมชาติ นักท่องเที่ยวบางท่านเดินเข้าไปพร้อมกับคำพูดที่ว่า ขับรถมาตั้งไกล มีแค่เนี๊ยะ ?  ... สมควรแก่การหาข้อมูลเชิงธรรมชาติวิทยาสักนิดนะครับ ไอ้คร้้นจะไปปีนป่ายหน้าผา หรือกระโดดลงน้ำคงจะไม่เหมาะนัก เพราะน้ำในหล่มภูเขียวแห่งนี้ ยากแท้หยั่งถึง เคยมีนักสำรวจทำการหย่อนเชือก หรือใช้ไม้วัดแล้ว หรือแม้กระทั่งนักประดาน้ำ ก็ไม่สามารถถึงพื้นหล่มได้ มีความลึกมากกว่า 40 เมตร  ถ้านักท่องเที่ยวท่านใดลงไป อาจจะได้อยู่เฝ้าหล่มเป็นบริวารเจ้าพ่อก็ได้นะครับ อิ๊ อิ๊ ...

บริเวณลานจอดรถด้านหน้า จัดทำอย่างดีทีเดียวครับ 

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะครับ ผู้เขียนจะพยายามขุดเรื่องราวต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังบ่อย  คลายเหงา และฝากติดตามช่องยูทูปของพวกเราด้วยนะครับ มีเรื่องราวอีกมากมายเลยทีเดียว ทางช่อง Saiheal's Diaries  <<< คลิ๊กเลย 

 

..... ไป๋ล่ง .... 

Powered by MakeWebEasy.com