สายเที่ยว ep.2/2 เที่ยวกาญจน์ช่วงโควิด เยือนเมืองสามประสบ พบรักสะพานมอญ นอนอิงหมอกสังขละบุรี (มีคลิป)

Last updated: Dec 2, 2020  |  1904 จำนวนผู้เข้าชม  |  สายเที่ยว

สายเที่ยว ep.2/2  เที่ยวกาญจน์ช่วงโควิด  เยือนเมืองสามประสบ พบรักสะพานมอญ นอนอิงหมอกสังขละบุรี (มีคลิป)

เมื่อเอ่ยชื่อ "สังขละบุรี" ยอมเป็นที่ชื่นชอบของนักเดินทางที่ต้องการไปสัมผัสวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย หลากหลายเชื้อชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เรียกได้ว่าเป็นมนต์เสน่ห์อย่างแท้จริง ณ เมืองสังขละบุรีแห่งนี้

"สังขละบุรี วันแรก"  บันทึกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 

หลังจากที่เราออกเดินทางจากตลาดทองผาภูมิ เพื่อเข้าสู่อำเภอสังขละบุรี ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเรานะครับ เรียกได้ว่า ผู้เขียนมาเยือนบ่อยมาก สำหรับสังขละบุรีนะครับ มีสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างหลากหลาย แล้วแต่จุดประสงค์ของแต่ละท่านได้เลย ตั้งแต่ขับมาจากทองผาภูมิ เราก็จะพบกับน้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกเล็ก ๆ ริมทางเป็นจุดแวะพักได้ ทริปนี้น้ำแห้งครับ และก็ยังมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย เพราะพึ่งเปิดการท่องเที่ยวหลังจากช่วงโควิดซาลงได้เพียงสองสัปดาห์  จึงนำคลิปเก่าที่เคยถ่ายกันไว้มาแปะให้ดูนะครับ ว่าน้ำตกเกริงกระเวีย บรรยากาศโดยรวมเป็นเช่นไร  อย่างไรเสียบทความนี้ ผู้เขียนขออนุญาตเอาภาพและคลิปเก่าๆ มาเล่าใหม่หลายบทหลายตอนหน่อยนะครับ แต่จะกำกับไทม์ไลน์ให้ได้ชมกันอย่างไม่สับสน

 (น้ำตกเกริงกระเวีย ถ่ายเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2559)

ตรงจุดนี้จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตกอีกแห่งนึง คือน้ำตกไดช่องถ่อง ไม่แนะนำครับ เพราะว่าเป็นดงงูจงอาง ต้องมีเจ้าหน้าที่ชำนาญการพาเที่ยวนะครับ เพราะทางเข้ารกชัฎอีกเช่นกัน ไม่แน่ใจว่ามีการปรับภูมิทัศน์หรือยัง อย่างไรใครอยากไปเช็คอีกทีนะครับ

เมื่อขับผ่านน้ำตกเกริงกระเวียขึ้นมา ขวามือก็จะเป็นอุทยานแห่งชาติเขาแหลม  ในวันที่เราไปนั้น ยังไม่เปิดให้บริการนะครับ ถามว่า ภายใน อช.เขาแหลมมีอะไรบ้าง แน่นอนครับกิจกรรมกางเต้นท์ หรือที่พักแรมมีไว้บริการ และจะมีเส้นทางเดินป่าสำรวจธรรมชาติ ด้านในจะมีลำธารไหลผ่านมาจากน้ำตกกระเต็งเจ็ง น้ำตกหินปูนขนาดกลางที่มีความสูงถึง 23 ชั้น การจะเข้าไปต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานนะครับ เพราะระหว่างทางรกชัฎ งูเงี้ยวเขี้ยวขอมีแน่นอน  แปะให้เห็นภาพเก่า ๆ ไปก่อนนะครับ 

(ลำธารน้ำตกกระเต็งเจ็ง ถ่ายเมือ ปี 2559)

เมื่อผ่าน อช.เขาแหลมไป ด้านซ้ายมือจะเป็น จุดชมวิวป้อมปี่ ตรงนี้ก็ยังไม่เปิดอีกเช่นกันนะครับในวันที่เราเดินทาง ตามสถานการณ์เฝ้าระวังโควิด-19 ที่ป้อมปี่มีอะไรน่าสนใจ ก็จะเป็นสถานที่พักแรม มีบ้านพักอุทยาน กับที่กางเต้นท์ มีเลนปั่นจักรยานสูดโอโซน และจุดไฮไลท์ก็คือ จุดชมวิวพระอาทิตย์ที่สวยงามมาก อยู่ติดน้ำในเขื่อนเขาแหลม หรือเขื่อนวชิราลงกรณ์นั่นเอง  แต่แนะนำเป็นหน้าหนาว หรือปลายฝนต้นหนาวจะฟินที่สุดครับ หน้าร้อนคุณต้องพกพัดลมไปด้วยถึงจะอยู่ได้ ฮ่า ๆ  ... ร้อนตับแล่บ

(จุดชมวิวป้อมปี่ ถ่ายเมื่อ ปี 2559)

พอเลยจุดชมวิวป้อมปี่ไป ประมาณ 34 กิโลเมตร เราก็มาถึงสังขละบุรีกันแล้วหล่ะครับ  แต่ต้องยอมรับเลยว่า ช่วงที่เรามากันนี้ น้ำในเขื่อนเขาแหลมแห้งมาก เสียดายเก็บภาพไม่ทันนะครับ แต่เดี่ยวถ่ายตอนเช้าที่สะพานมอญก็จะเห็นชัดเจนเหมือนกัน  ว่าน้ำแห้งมากครับ

สังขละบุรีนั้นเป็นเมืองเล็ก ๆ มีผู้อาศัยอยู่หลายชนชาติด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ชาวไทย, ชาวลาว, ชาวมอญ, ชาวพม่า และชาวกะเหรี่ยง  ในสัดส่วนพื้นที่ตัวตำบลวังกะก็จะมีที่พักหลากหลายมากมายผุดขึ้นตามกระแสการท่องเที่ยว เรียกได้ว่าการท่องเที่ยวได้กลืนวิถีชุมชนไปมากมายพอสมควร  แต่กระนั้นก็ยังคงกลิ่นไอเล็ก ๆ ของเมืองอันแสนสงบอยู่ครับ  และแล้วเราก็มาถึงสังขละบุรีกันแล้ว จุดแรกเลยที่เราไปกันก็คือ เจดีย์พุทธคยาที่จำลองมาจากประเทศอินเดีย มีขนาดเล็กกว่าองค์จริงครับ แต่สีทองสวยงามโดดเด่น ก็ยังคงความประทับใจทุกครั้งที่มาเยือน

ก่อนอื่นเล่าก่อนนะครับว่า สังขละบุรีนั้น จะมีวัฒนธรรม 2 ฝั่งน้ำที่ชัดเจน คือ ฝั่งเทศบาลตำบลวังกะ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าฝั่งไทยนั่นแหล่ะครับ จะมีชาวไทย และพม่า เสียส่วนมาก ชาวลาวปะปนเล็กน้อย  แต่พอเราข้ามสะพานปูนเลี้ยวซ้าย ไปบริเวณที่ตั้งของวัดวังก์วิเวการาม, เจดีย์พุทธคยาจำลอง โซนนี้ทั้งหมดจะเป็นชาวมอญพลัดถิ่นจากภัยสงครามในพม่า ที่ติดตามหลวงพ่ออุตตมะมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ครับ  แต่ถ้าข้ามสะพานแล้วเลี้ยวขวาไปลึก ๆ จะเป็นชาวกะเหรี่ยงเสียส่วนใหญ่ เป็นไงครับ สมเป็นเมืองหลากชนชาติจริง ๆ ใช่มั๊ยครับ 

ก่อนที่เราจะเข้าเมืองสังขละบุรี วันนี้เราก็ขับเลยไปสักหน่อย สุดเขตชายแดน ที่ด่านเจดีย์สามองค์ครับ  ตรงนี้ก็จะมีทัวร์ไหว้พระฝั่งพม่าขายแบบวันเดย์ทริป ฮาร์ฟเดย์ทริป แล้วแต่เราจะเลือกซื้อ แล้วก็สินค้าประเภทสุรายาสูบที่ราคาถูกมาก แต่การจะซื้อต้องดูกฎเกณฑ์ดี ๆ นะครับ ของบางอย่างอาจจะถูกยึดที่ด่านขากลับออกมาก็ได้ ตรงนี้ผู้เขียนก็ไม่แน่ใจ ทางที่ดีถามตรงด่านให้ชัดเจนไปเลยดีกว่า

จริงแล้วก่อนจะไปถึงด่านเจดีย์สามองค์ จะมีสถานที่ให้แวะชมอีกจุดคือ ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล เป็นลักษณะของถ้ำในสำนักสงฆ์ ไม่แนะนำนะครับ เพราะทางขึ้นถ้ำค่อนข้างลำบาก และอันตราย ไว้ถ้ามีการปรับภูมิทัศน์แล้ว ผู้เขียนจะแวะไปรีวิวอีกครั้ง แต่จากประสบการณ์แล้ว ยังไม่บอกผ่าน

เมื่อเราเข้ามาที่ตัวเทศบาลตำบลวังกะ เราก็ข้ามสะพานปูนมาฝั่งมอญก่อนเลยครับ เพื่อสักการะพระเจดีย์พุทธคยากันก่อน

(เจดีย์พุทธคยา ถ่ายเมื่อ 25 พฤษภาคม 2563)

เคล็ดลับในการไหว้ขอพร ณ เจดีย์พุทธคยานะครับ ก็คือ การเดินทักษิณาวรรต (เวียนขวา) รอบพระเจดีย์ 3 รอบ เมื่อครบแล้วให้ไปไหว้ขอพรกับพระประจำวันเกิดของท่าน ขอความสิริมงคล ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย  เราสามารถหยิบไม้กวาด กวาดพื้นโดยรอบช่วยชาวบ้านได้นะครับ  เค้าจะมีไม้กวาดวางไว้เป็นจุด ๆ สอบถามชาวบ้านมอญได้เลย (ถ้าทักแล้วเขาไม่ตอบ แสดงว่าเขาพูดไทยไม่เก่งนะครับ เขาไม่ได้หยิ่ง ฮ่า ๆ) 

ก่อนออกจากที่นี่ อย่าลืมขอพรเทพทันใจด้วยนะครับ เพื่อความเฮง เฮง เฮง 

 ไหน ๆ มาถึงที่นี่แล้ว ขอเล่าย้อนความไปสักหน่อย เมื่อครั้งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสมาร่วมงานประเพณีสงกรานต์มอญ  เขาจะจัดกันบริเวณลานจอดรถที่นี่ครับ  ความแปลกตาคือวัฒนธรรมของเค้าไม่ใช่การสาดน้ำโครม ๆ เหมือนที่อื่น จะมีการทำรางไม้ไผ่เพื่อสรงน้ำพระ ดูแล้วเราจะเห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่ แปะคลิปกับภาพไว้ให้ชมกันครับ ถ่ายเมื่อปี 2559 อีกเช่นกัน

(ภาพถ่ายสงกรานต์มอญ ปี 2559)

(ภาพถ่ายสงกรานต์มอญ ปี 2559)

เมื่อมากราบไหว้เจดีย์พุทธคยาจำลองแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การเดินทางไปกราบสังขารของหลวงพ่ออุตตมะ เกจิอาจารย์อันเป็นตำนานแห่งเมืองสังขละบุรีเลยก็ว่าได้ ตอนนี้สังขารของท่านอยู่ที่วัดวังก์วิเวการามครับ 

 (วัดวังก์วิเวการาม ภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ 25 พฤษภาคม 2563)

เมื่อออกจากวัดวังก์ เราก็ต้องหาที่พักกันแล้วหล่ะครับ สำหรับคืนนี้เราพักง่าย ๆ ที่ ชิลชิล ซอยสามประสบ ฝั่งเทศบาลตำบลวังกะครับ พักผ่อนเอาแรง เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้า เราต้องตื่นเช้ามืด เพื่อไปเดินเล่นสะพานมอญ  สำหรับทริปช่วงโควิดแบบนี้ อาหารการกินที่สังขละบุรี ก็ไม่ได้ขี่เหร่ ยังพอมีให้เลือกสรรค์ได้พอสมควรนะครับ แต่น่าเสียดายที่ถนนคนเดินเหมือนสมัยก่อน ไม่มีแล้ว มีเพียงตลาดเย็น ตลาดเช้า ให้เลือกซื้อของกินของใช้กันบ้างเท่านั้นเอง  ผู้เขียนยังจำภาพเมื่อหลายปีก่อนที่ไปเดินเล่นถนนคนเดินได้นะครับ บรรยากาศครึกครื้นน่าดู มีคลิปเก่าให้ชมกันครับ 

 (ถนนคนเดิน ถ่ายเมื่อ ปี 2559)

ตัดฉากกลับมาที่ปัจจุบัน หลังจากความเงียบมาคุมาเยือน เราก็หิวกันครับ โชคดีที่ร้านหมูกะทะเปิด รอดตายไป 1 มือ ฮ่า ๆ

หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ได้เวลานอนพักผ่อนกันสักที  คิดถึงเมื่อปีก่อนนะครับ พวกเราเคยมากางเตนท์นอนกันริมน้ำ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นที่กางตรงก่อนข้ามสะพานปูน ชื่อสถานที่ลืมจริง ๆ ครับ แต่อยู่ก่อนถึงร้านสามประสบนี่แหล่ะ วิวดีอากาศดีมากนะวันนั้น มีภาพเก่าให้ดูด้วยนะครับ คือแบบว่าคืนนี้นอนห้องธรรมดามันไม่ฟินเท่าไหร่ ฮ่า ๆ

สำหรับคืนนี้ก็ฝันดีราตรีสวัสดิ์กันก่อนนะครับ (ทิ้งภาพวิวกางเต้นท์สวย ๆ ที่เคยมานอนกันไว้คิดถึงสักหน่อย)

"สังขละบุรีวันที่สอง"  บันทึกเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563

เอาหล่ะครับ สำหรับเช้านี้แน่นอนที่สุด พวกเราตื่นตอนตี 5 เพื่อไปเดินรับบรรยากาศที่สะพานมอญ  นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาช่วงนี้ให้ความร่วมมือดีครับ ใส่หน้ากากอนามันกันเสียส่วนมาก จะมีบางกลุ่มเท่านั้น ที่มักง่ายไม่รับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งผู้เขียนพบเจอ ก็บอกกล่าวทุกคนว่า คุณต้องสวมหน้ากากอนามัยด้วย จะสูดอากาศ จะฟิน ช่วงเวลานี้ไม่ได้ นะครับคุณ

(ภาพสะพานมอญ ปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ 26 พฤษภาคม 2563)

สังเกตุได้ว่าน้ำจะแห้งมากนะครับ สะพานมอญช่วงนี้ก็จะดูเหือดแห้งไปตามสายน้ำ มาถึงตรงนี้จะไม่เล่าก็หาได้ไม่ เกี่ยวกับประวัติสร้างสะพานมอญหลายท่านก็คงรู้อยู่แล้ว ว่าสะพานมอญ หรือสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้สำหรับข้ามแม่น้ำซองกาเลีย เพื่อเชื่อมระหว่างเทศบาลตำบลวังกะ กับหมู่บ้านมอญ  เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลก รองจากสะพานไม้อุเบ็งในประเทศพม่า เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวสังขละบุรีก่อสร้างขึ้นมา 

เช้านี้มีหมอกบาง ๆ อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว ซึ่งถือเป็นความโชคดีครับ  สำหรับท่านที่จะมาเที่ยวสังขละบุรี ขอแนะนำให้เป็นหน้าน้ำนะครับ จะได้ชมภาพแม่น้ำสวย ๆ ไม่แห้งเหือดเช่นนี้ แต่ก็เป็นอีกวาระนึงที่สวยงามแปลกตาไม่เหมือนกัน  ซึ่งในเวลาน้ำแห้งแบบนี้ เราสามารถนั่งเรือไปชมวัดวังก์วิเวการามเก่า และถ่ายภาพได้สวยงามครับ เพราะโบสถ์เก่าจะโผล่พ้นน้ำเห็นชัดเจน แต่ถ้าท่านมาในหน้าน้ำเย๊อะ โบสถ์เก่าก็อาจจะจมอยู่ใต้น้ำ มองไม่เห็นอะไรเลยก็เป็นได้  วันนี้พวกเราไม่ได้นั่งเรือชมวัดใต้น้ำกันครับ  เพราะอยากไปเล่นน้ำที่จุดอื่นมากกว่า แต่เรามีคลิปเก่า ๆ ที่เคยถ่ายไว้มาให้ชมกันครับ 

แต่ก่อนไปชมคลิป ขอเล่าเรื่องสักนิดนึงนะครับว่า วัดที่จมน้ำนั้น ก็คือวัดที่สร้างก่อนมีการทำเขื่อนเขาแหลมนี่แหล่ะครับ ซึ่งคำว่าสามประสบนั้น ก็เกิดจากแม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกันตรงหน้าโบสถ์วัดวังก์วิเวการามเก่า อันมี แม่น้ำรันตี แม่น้ำซองกาเลีย และแม่น้ำบีคลี่   ส่วนวัดที่ต้องทำการย้ายมาสร้างข้างบนก็จะมี 3 วัดด้วยกัน หนึ่ง วัดวังก์วิเวการามเก่า (วัดของชาวมอญ)  สอง วัดสมเด็จเก่า (วัดของชาวไทยพุทธ - ตอนนี้นั่งเรือไปก็จะเดินขึ้นเนินเขาไปไหว้ได้ครับ อยู่ด้านบน) และวัดที่สามก็คือ วัดศรีสุวรรณเก่า (วัดของกะเหรี่ยง) ซึ่งวัดศรีสุวรรณนี้ จมอยู่ใต้น้ำ ต่อให้น้ำลดอย่างไรก็อาจจะเห็นกำแพงโผล่ขึ้นมา แต่ก็มีน้ำขัง ลงเดินไม่ได้ครับ จะมีเพียงวัดวังก์เก่าเท่านั้น ที่พ้นเนินดินให้เดินลงไปไหว้พระกันได้  (ชมคลิป)

(คลิปล่องเรือชมวัดจมน้ำ ถ่ายเมื่อ 30 มีนาคม 2559)

 (คลิปล่องเรือชมวัดจมน้ำ ถ่ายเมื่อ 30 มีนาคม 2559)

พอเล่ามาถึงจุดล่องเรือชมวัดใต้น้ำ  ก็มีตำนานเด็กโดดน้ำสะพานมอญที่สร้างสีสรรค์ให้นักท่องเที่ยวสมัยก่อนได้พอสมควรเลยหล่ะครับ  แต่ผู้เขียนไม่แน่ใจแล้วว่า สมัยนี้ถ้าน้ำเย๊อะ จะมีน้อง ๆ ออกมากระโดดน้ำกันอีกหรือเปล่า ฮ่า ๆ ... เพราะมาทริปนี้เงียบเหงาเข้าใจจริง ๆ ครับ  เคยมาเมื่อมี 59 ถ่ายไว้ 1 คลิปเช่นกัน ไปชมกันครับ

กลับมาที่กิจกรรมยามเช้า ณ สะพานมอญแห่งนี้มีหลากหลายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นล่องเรือ, ใส่บาตรพระ หรือหาอะไรรองท้อง ไม่ว่าจะเป็น โจ๊ก หรือขนมจีนหยวกกล้วย อาหารสำรับมอญที่ขึ้นชื่อของที่นี่ เดินข้ามสะพานไปก็เจอเลยครับ มีให้เลือกหลากหลายมาก ๆ แถมยังมีของชำร่วยของชุมชนหมู่บ้านมอญนำออกมาขายกันอีกด้วย  

(พระสงฆ์เดินบิณฑบาตร ภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ 26 พฤษภาคม 2563)

ส่วนภาพนี้เป็นร้านขนมจีน/โจ๊ก ร้านประจำของพวกเราครับ ชื่อร้านป้าหยิน สามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวได้ที่พี่สาวสุดสวยท่านนี้เลยนะครับ ไม่มีกั๊ก ไม่มีแบน แน่นอน อัธยาศัยดีมาก อยากนั่งมอร์เตอร์ไซด์ไปเที่ยววัดวาต่อก็สามารถสอบถามได้เลย วินมอร์เตอร์ไซด์ก็อยู่ข้าง ๆ ร้านแกนี่แหล่ะครับ (ภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ 26 พฤษภาคม 2563) 

(ก่อนเข้าที่พัก แวะทักทายป้าแกสักหน่อย ยิ้มหวานเชียว ถ่ายเมื่อ 26 พฤษภาคม 2563)

หลังจากเสร็จภารกิจช่วงเช้า เราก็กลับที่พัก เพื่อเตรียมตัวไปเล่นน้ำกันต่อที่แม่น้ำซองกาเลีย ตรงสะพานข้ามห้วยซองกาเลีย  จุดเล่นน้ำตรงนี้ เล่นได้ในช่วงหน้าร้อนนะครับ ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนน้ำจะหลากเกินไป ร้านรวงต้องเก็บแคร่ขึ้นหนีน้ำกันหมด อดเล่นนะครับ

น้ำใสไหลเย็น ด้วยความที่พื้นเป็นหินกรวด จึงทำให้ห้วยซองลาเลียแห่งนี้ เป็นจุดดึงดูดของนักท่องเที่ยวอยู่พอสมควร 

เดี๋ยวเราพาเดินเข้าไปลึก ๆ หน่อย จะมีจุดเล่นน้ำที่ฟินเฟอร์มาก ๆ เลยหล่ะครับ 

เล่นน้ำจนฟินกันแล้ว ก็สั่งอาหารทานกัน ตรงนี้จะเป็นเมนูส้มตำ ยำ ต้ม ตามเสต็ปนั่งแคร่อ่ะนะครับ ชิลชิล กันไป

หลังจากนั้นก็ได้เวลากลับที่พักครับ เย็นมากแล้ว ปิดทริปสำหรับวันที่ที่สังขละบุรี พักผ่อนกันอีกสักคืน พรุ่งนี้เราจะไปต่อกันที่ "บ้านอีต่อง - ทองผาภูมิ" ครับ  ติดตามได้ที่บทความต่อไปเลยนะครับ 

ก่อนไปขอฝากภาพบรรยากาศสวย ๆ ของสังขละบุรี เมื่อครั้งที่ผู้เขียนมาเยือนหลายปีก่อน ไว้ให้ชมกันนะครับ เป็นภาพที่ผู้เขียนประทับใจมาก ๆ เลยทีเดียว

------------------------------------------------------------------

ท้ายสุดแล้วขอฝากภาพสะพานมอญในบรรยากาศเก่า ๆ ให้ได้ชมกันสักเล็กน้อยนะครับ เป็นภาพที่ผู้เขียนถ่ายเก็บไว้นานแล้ว อยากให้ผู้อ่านได้ไปเห็นบรรยากาศ ณ ตอนนั้นบ้าง สวยงามประทับใจมากเลยครับ


(ประมวลภาพสะพานมอญยามราตรี ถ่ายเมื่อปี 2559 - 2560)

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความของผู้เขียนนะฮะ ฝากติดตามผลงานผ่านช่องยูทูปชันแนล "สายฮีล's ไดอารี่ส์"  จะพยายามสร้างสรรค์งานดี ๆ ให้กับทุกท่านได้รับชมกันอย่างแน่นอนครับ

 


....... ไป๋ล่ง .......  

Powered by MakeWebEasy.com