สายเที่ยว ep.2/1 เที่ยวกาญจน์ช่วงโควิด ส่องต้นจามจุรียักษ์ - ตลาดทองผาภูมิ (สวนริมแควรีสอร์ท)

Last updated: Jun 23, 2020  |  289 จำนวนผู้เข้าชม  |  สายเที่ยว

สายเที่ยว ep.2/1 เที่ยวกาญจน์ช่วงโควิด ส่องต้นจามจุรียักษ์ - ตลาดทองผาภูมิ (สวนริมแควรีสอร์ท)

วันแรกของการเดินทาง 24 พฤษภาคม 2563

พวกเราออกเดินทางจากบางใหญ่ นนทบุรี ผ่านเส้นทางบางเลน - พนมทวน ระยะทางจากเมืองนนท์ไปเมืองกาญแค่ 2 ชม. กว่า ๆ ก็ถึงแล้ว (120 โล)  สำหรับเมืองกาญจนบุรีในมุมของผู้เขียนแล้ว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเบสิคอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ สาเหตุเพราะ 1. ใกล้  2. ประหยัด  ที่เที่ยวในตัวเมืองยังคงไม่มีอะไรหวือหวามากนักสำหรับผู้เขียน อาจจะเพราะไปบ่อยแล้ว เช่น ล่องแพ, สะพานข้ามแม่น้ำแคว, รถไฟสายมรณะ, สุสานทหารสัมพันธมิตร ฯลฯ  เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า เมืองกาญจนบุรีเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย เหมือนเปิดฉากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กับกองกำลังทหารญี่ปุ่นในยุคสมัยนั้น  เพราะฉะนั้น การไปเที่ยวเมืองกาญจน์โดยปราศจากความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ ถือได้ว่า ไปไม่ถึงจริง ๆ ไว้ผู้เขียนจะมาบรรยายให้เป็นฉาก ๆ ในลำดับต่อไปนะฮะ แต่วันนี้ เราต้องรีบไปทองผาภูมิเสียก่อน มิเช่นนั้นจะค่ำมืดดึกดื่น  เพราะกว่าเราจะออกก็ปาเข้าไป 10 โมงกว่าแล้ว แวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ตอนนี้ 13.00 เราพึ่งมาถึงจุดแวะพักแรกของพวกเรา นั่นก็คือ "ต้นจามจุรียักษ์" 

 

จุดเช็คอินท์ต้นจามจุรียักษ์แห่งนี้ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก ปัจจุบันอยู่ได้รับการส่งมอบและอยู่ในความรับผิดชอบของกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก  ต้นจามจุรีต้นนี้มีอายุมากกว่า 100 ปี เดิมทีที่ไม่มีการจัดทำพื้นที่นั่งและทางเดิน จะเป็นต้นไม้ยักษ์ผูกผ้าสามสี และนักท่องเที่ยวจะรบกวนรากไม้ รวมถึงกิงก้านสาขาที่จะมีคนอุตริไปนั่งถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก เมื่อหน่วยงานรับผิดชอบเห็นถึงปัญหา รวมถึงการเยียวยาต้นไม้ให้อยู่ต่อไปนาน ๆ จึงทำเป็นโครงการจัดสร้างพื้นที่นั่งและทางเดินชมต้นจามจุรีขึ้นมา เมื่อพูดถึงไฮไลท์ ณ จุดนี้ บอกได้เลยว่ามีเพียงแค่ต้นจามจุรียักษ์อย่างเดียวเท่านั้น ในส่วนของสินค้าพื้นเมืองยังไม่เด่นชัดในเรื่องของเอกลักษณ์ใด ๆ เป็นเพียงร้านค้าชุมชนธรรมดาเสียส่วนมาก ผู้เขียนเองเห็นแล้วยังอยากให้จัดการขายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากต้นจามจุรีเสียด้วยซ้ำไป

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีฟาร์มม้าให้เห็นเป็นระยะ ๆ ถ่ายรูปกับฝูงม้าก็ได้นะ ถ้าแวะที่นี่  แต่สิ่งที่อยากพูดถึงก็คือ คนทั่วไปแทบไม่รู้จักต้นจามจุรีเลยว่ามีความสำคัญอย่างไร  ต้นจามจุรีนั้น หลายคนรู้จักในชื่อ ต้นก้ามปู หรือต้นฉำฉา  เป็นไม้มากสรรพคุณไม่ว่าจะเป็นใบที่มีธาตุไนโตรเจนสูง คนจึงนิยมนำไปผสมดินเป็นดินปุ๋ยใบก้ามปู  ใช้สำหรับเพาะพันธุ์พืชได้ดี  ต้นจามจุรีนั้นจัดเป็นพืชตระกูลถั่วที่โตเร็วมาก เนื้อไม้จะมีลวดลายสวยงามตามธรรมชาติ แกนสีดำคล้ายไม้มะม่วงป่าหรือวอลนัท เปลือกลำต้นที่แห้งแล้ว เมื่อนำมาป่นละเอียด ใช้โรยผงเป็นยาสมานแผลได้  เปลือกต้นและเมล็ดใช้รักษาอาการท้องบิด ท้องเสียได้  ใบมีฤทธิ์เย็น สรรพคุณต้านพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อนได้  เมล็ดมีรสฝาด แก้กลากเกลื้อน เรื้อน เยื่อตาอักเสบได้  หากแต่ต้องสกัดมาใช้จากผู้เชี่ยวชาญ เพราะการทานเมล็ดหรือน้ำยางจากฝักเข้าไป จะทำให้เยื่อบุผนังกระเพาะอาหารและลำใส้อักเสบได้ ผลข้างเคียงคือมีอาการอาเจียนและถ่ายอย่างรุนแรง เรียกได้ว่ามีทั้งคุณและโทษเลยทีเดียว 

เมื่อเราเก็บภาพบรรยากาศจากต้นจามจุรีแล้ว เราก็ออกเดินทางกันต่อเพื่อจุดมุ่งหมายในวันแรกคือ ตลาดทองผาภูมิ  ถามว่าทำไมจึงต้องไปนอนทองผาภูมิ  นั่นเพราะว่า ในวันรุ่งขึ้น เราจะพุ่งขึ้นไปสังขละบุรีกันครับ และตลาดทองผาภูมิ ถือเป็นจุดแวะพักที่ใกล้และเหมาะสมแก่เวลาที่สุดแล้ว

วันนี้เรามาถึงตลาดทองผาภูมิช่วงเย็นครับ ยังพอมีร้านค้าขายอยู่บ้างประปราย เหตุก็เพราะการปิดกิจการเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 นั่นเอง  เรียกได้ว่าต้องรอเวลาฟื้นฟูอีกพักใหญ่ ๆ กันเลยนะครับ สำหรับวิกฤตโรคระบาดในครั้งนี้  ที่เห็นป้ายลิบ ๆ นั่นหล่ะครับ ที่พักของพวกเราในค่ำคืนนี้ "สวนริมแควรีสอร์ท"  ที่พักติดริมน้ำเก๋ไก๋มาก และที่สำคัญ ติดกับสวนสาธารณะให้ได้ออกกำลังกายกันอีกด้วยนะครับ 

ทางเข้าที่พักของเราอยู่ติดกับสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.๙  แต่สำหรับท่านที่ต้องการจอง ทางรีสอร์ทไม่ได้เข้าบุ๊คกิ้งนะครับ โทรสายตรงเท่านั้น ค้นหาเบอร์โทรได้เลย  ถามว่าพักที่นี่ เพลินใจอย่างไร อันดับแรกเลยก็คือ ที่พักเป็นวิวแม่น้ำเกือบทั้งหมดครับ นอนเปิดม่านนี่คือเห็นวิวแม่น้ำแควน้อยฟิน ๆ กันไปเลย 

สำหรับสายน้ำแห่งนี้ จะได้รับการปล่อยมาจากเขื่อนเขาแหลม หรือเขื่อนวชิราลงกรณ์นั่นเองครับ เพราะฉะนั้นช่วงเช้า ๆ น้ำจะแห้ง บางแห่งสามารถเห็นเนินหินกรวดลงไปเดินเล่นได้เลย ถ้าช่วงเย็นเขื่อนปล่อยน้ำ ก็สามารถลงเล่นได้บริเวณริมน้ำตรงสวนสาธารณะ แต่ต้องระมัดระวังกันสักเล็กน้อยนะครับ เพราะน้ำค่อนข้างเชี่ยว ลงเล่นริม ๆ ให้พอชื่นใจก็พอ อย่าออกไปไกล

สำหรับตลาดทองผาภูมิแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นจุดกระจายสินค้าแห่งใหญ่ของสองเมืองเลยก็ว่าได้ครับ เมืองแรกก็คือ บ้านอีต่อง-ทองผาภูมิ และเมืองที่สองคือเมืองสังขละบุรี อาหารสด จำพวกเนื้อสัตว์ เนื้อปลา จะต้องมาซื้อมาหากันที่นี่ ทางฝั่งบ้านอีต่องก็จะมีรถสายประจำหมู่บ้านขนขึ้นไปวันละ 3 รอบ เพื่อกระจายไปสู่แม่ค้าร้านตลาดในหมู่บ้านนั่นเอง  ในส่วนของสังขละบุรี การเดินทางค่อนข้างง่ายกว่าฝั่งบ้านอีต่อง ก็จะมีรถของผู้ประกอบการมารับเองที่ตลาดทองผาภูมิแห่งนี้  และนี่แหล่ะครับ คือจุดหมายปลายทางของเราในวันพรุ่งนี้ ที่ "เมืองสังขละบุรี" นั่นเอง 

สำหรับวันนี้เราคงต้องพักผ่อนหลับนอนกันที่นี่ เลยอยากจะนำภาพสวย ๆ ของที่พักมาฝากกัน เผื่อนักเดินทางท่านไหนสนใจแวะไปพักกันได้ที่ "บ้านสวนริมแคว" ตลาดทองผาภูมินะครับ  เจ้าของน่ารักมาก เป็นธุรกิจในครอบครัว ลูกชายหล่อขาวตี๋ ลูกสาวน่ารัก อัธยาศัยดี มีความเป็นผู้ดีสูงมาก ราคาย่อมเยาว์ครับ ไม่เกิน 1,000.- ได้นอนชมวิวสวย ๆ กันอย่างจุใจเลยทีเดียว 

วิวแม่น้ำตอนเย็น ถ่ายจากที่พัก น้ำจะเย๊อะสักหน่อยนะฮะ

ตกเย็นมาก็จะมีการเปิดไฟป้ายเทศบาลตำบลทองผาภูมิเก๋ ๆ 

มีระเบียงสำหรับจัดปาร์ตี้ริมน้ำด้วยนะครับ เรียกได้ว่า ถ้ามาเป็นคณะใหญ่แบบเหมาพื้นที่นี่ ใช้ได้คุ้มค่าแน่นอน แต่ถ้าไปจอยกับลูกค้าท่านอื่น ๆ ก็อาจจะต้องปรึกษาคุณพี่เจ้าของแกนิดนึงนะครับ ว่าจะรบกวนแขกอื่นหรือเปล่านะ

อันนี้ก็จะเป็นอาคารแถวที่อยู่ริมน้ำฝั่งนึงเหมือนกัน มีลานกิจกรรมหน้าที่พักได้ แล้วก็เห็นวิวสวนสาธารณะอีกด้วย

อันนี้จะเป็นตัวตึกอีกฝั่งนึง (ฝั่งที่เรานอนกัน)  สวยกันคนละแบบ

มีโต๊ะนั่งสามารถสั่งหมูกะทะมาโซ้ยกันได้เลย ที่พักเค้าสั่งให้ครับ

ความปลอดภัยและความสะอาด จะเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจที่ดีเกี่ยวกับที่พัก ติดตามเรื่องเล่าความฟินของเมืองสังขละบุรีกันได้ที่ สายเที่ยว ตอนที่ 2/2 นะครับ

------------------------------------------------------

 ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความของผู้เขียนนะฮะ ฝากติดตามผลงานผ่านช่องยูทูปชันแนล "สายฮีล's ไดอารี่ส์"  จะพยายามสร้างสรรค์งานดี ๆ ให้กับทุกท่านได้รับชมกันอย่างแน่นอนครับ

 


....... ไป๋ล่ง ....... 

Powered by MakeWebEasy.com