สายบุญ ตอนที่ 1 ตามรอยพระธาตุหัวกลับ วัดพระธาตุจอมปิง จังหวัดลำปาง

Last updated: Jun 23, 2020  |  195 จำนวนผู้เข้าชม  |  สายบุญ

สายบุญ ตอนที่ 1 ตามรอยพระธาตุหัวกลับ วัดพระธาตุจอมปิง จังหวัดลำปาง

วัดพระธาตุจอมปิง อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุเจดีย์องค์เก่าแก่ สร้างขึ้นโดยพระนางจามเทวี หลังจากที่ทรงสร้างวัดพระธาตุลำปางหลวงก็ได้มาสร้างวัดจอมปิงต่อ หลังจากนั้น วัดจอมปิงแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างมาจนกระทั่งท่านนันทปัญญา พระพี่เลี้ยงของ "เจ้าล๊ก"  (ยุคสมัยของพระเจ้าติโลกราช เมื่อห้าร้อยกว่าปีก่อน พระเจ้าติโลกราช คือกษัตริย์แห่งเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ในยุคที่อาณาจักรล้านนาเรืองอำนาจ ทรงมีพระนามเดิมว่า "เจ้าล๊ก" แห่งราชวงศ์เม็งราย หลังจากที่ล้านนากับอโยธยากรำศึกกันมาช้านาน ก็สานสัมพันธไมตรีต่อกัน เนื่องด้วยพระองค์ทรงหันมาใฝ่ในทางพุทธศาสนา)  ได้มาทำการบูรณะปฏิสังขรณ์  ซึ่งเมืองนี้เดิมชื่อว่า จุมภิตาราม ท่านนันทปัญญามีเพื่อนชื่ออ้ายจอมแพร่ ทั้งสองได้สร้างวัดคนละวัด วัดที่อ้ายจอมแพร่สร้าง คือวัดจอมปิงลุ่ม อยู่ติดริมแม่น้ำวังในปัจจุบัน  วัดที่ท่านนันทปัญญาบูรณะสร้างก็คือวัดจอมพี่เลี้ยง หรือวัดพระธาตุจอมปิงนั่นเอง

ถึงพุทธศักราช 2000 ได้เกิดศึกพระยาใต้(สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา)ยกทัพมาประชิดเมืองลำปาง เจ้าหมื่นด้งนครไม่อยู่ไปราชการที่เชียงใหม่ เหลือแต่พระนางจามเทวีกำลังตั้งพระครรภ์เจ้าหาญ และได้แต่งกายเป็นชายออกไปสู้รบจนกองทัพพระยาใต้พ่ายไป เมื่อเจ้าหมื่นด้งนครและพระเจ้าติโลกราชทรงทราบ ก็ยกกองทัพจากเมืองเชียงใหม่มาช่วยรบ สถานที่รบนี้เรียกว่า "มหาสนุก" และได้ฉลองชัยชนะที่วัดพระธาตุจอมปิงแห่งนี้ พระนางจามเทวีจึงได้สร้างพระสถูปเจดีย์ไว้เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และได้ตั้งชื่อเสียใหม่ว่า "วัดจอมพิงค์ชัยมงคล" จนเพี้ยนมาเป็นคำว่าจอมปิงดังเช่นปัจจุบัน

วัดพระธาตุจอมปิง ตั้งอยู่ในบ้านจอมปิง ตำบลนาแก้ว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง  อยู่ห่างจากวัดพระธาตุลำปางหลวง 16 กิโล  เดิมทีตำนานพระธาตุหัวกลับนั้น เกิดจากการที่พระสงฆ์ พบเห็นเงาพระธาตุในพระอุโบสถ จนเกิดเป็นเรื่องราวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นความมหัศจรรย์ของผู้ที่ไม่เคยพบเห็น  หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว คือแสงที่สาดส่องผ่านเข้ามาทางรูหน้าต่างพระอุโบสถ และตกกระทบต่อพื้นผิวที่ว่าง อันเป็นหลักการหักเหของแสงคล้ายกับกล้องรูเข็มในสมัยโบราณนั่นเอง  

เมื่อมีการกล่าวขานถึงความมหัศจรรย์กว้างไกลออกไป ก็มีการพบเห็นเงาพระธาตุหัวกลับขึ้นที่วัดต่าง ๆ อีกมากมายหลายวัด  กลายเป็นว่า จังหวัดลำปาง เป็นต้นตำนานพระธาตุหัวกลับ เป็นอันซีนอินไทยแลนด์กันเลยทีเดียว  

(พระอุโบสถเก่าที่ชมภาพสะท้อนเงาพระธาตุด้วยแสงจากช่องหน้าต่าง)

ซึ่งแน่นอนว่า ท่านจะต้องปิดประตูหน้าต่างพระอุโบสถให้มิดชิด เมื่อจะได้เห็นเงาพระธาตุชัดเจน และสามารถบันทึกภาพได้อย่างสวยงาม  ในมุมมองนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของชาวไทยพุทธอีกประการหนึ่ง ซึ่งถึงแม้จะพิสูจน์ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่เราท่านทั้งหลายก็ยังคงศรัทธาว่าเป็นอิทธิปาฎิหารย์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ได้มีใครไปแต่งแต้มเจาะรูสร้างความงมงายแต่อย่างใด  การเชื่อโดยปราศจากคำอธิบายว่า เงาพระธาตุนั้น สร้างปาฎิหารย์ใดแก่ผู้กราบไหว้บูชา  

(รูที่บานหน้าต่างไม้ของพระอุโบสถ)

(ภาพเงาสะท้อนของพระธาตุในลักษณะที่ 1)

(ภาพเงาสะท้อนของพระธาตุในลักษณะที่ 2)

สำหรับผู้เขียนนั้น อยากให้นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่เข้ามาสักการะบูชา ได้มองรากฐานของพุทธศาสนาและการถือกำเนิดขององค์พระธาตุเจดีย์เหนือสิ่งอื่นใด  ในภาพเงาสะท้อนพระธาตุหัวกลับนั้น เป็นสิ่งเตือนใจให้เราชาวพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้รำลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกี่ยวกับคำสอนในเรื่องของความไม่จีรังยั่งยืน การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับลงไป เปรียบเสมือนกับแสงเงาพระธาตุ หากวันใดฟ้าหม่น ไร้ซึ่งแสงอาทิตย์ ท่านย่อมไม่ได้เห็นภาพพระธาตุกลับหัวที่งดงามแปลกตาเช่นนี้ฉันใด  เมื่อเราเกิดมา มีโอกาสได้บำเพ็ญบุญบารมี จงเร่งทำก่อนที่แสงแห่งชีวิตของเราจะหมดไป ฉันใดก็ฉันนั้น  

ภายในวัดพระธาตุจอมปิงนี้ ยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอีกอย่างก็คือ บรรไดนาคทางขึ้นไปสู่ซุ้มประตูก่อนถึงพระวิหารกลาง อันเป็นศิลปกรรมแบบล้านนา คงมนเสน่ห์และความขลังของวัดโบราณที่เห็นได้ชัด 

ภายในพระวิหารกลาง ประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่า "หลวงพ่อบูรพาจารย์ 30 ทัศ" สำหรับบรรยากาศของวัดพระธาตุจอมปิงแห่งนี้ ค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะแก่การเจริญสติโดยธรรม  ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว หรือท่านที่มีเวลามากสักหน่อย อาจจะนั่งภาวนาจิต หรือสวดมนต์สักจบเพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวท่านเอง ก่อนที่จะเดินเลี้ยวไปตรงท้ายวัด จะมีที่สำหรับสมาชิกเสี่ยงโชคได้ปฏิบัติภารกิจกัน นั่นก็คือ "ศาลเจ้าแม่ตะเคียน" นั่นเอง  
วัดไหนไม่มีศาลเจ้าแม่ตะเคียน ถือว่าขาดจุดเช็คอินท์อย่างที่สุดเลยนะครับ  ตรงนี้ส่วนตัวผู้เขียนเอง ลองขอหลายที่แล้ว ไม่มีดวงจริง ๆ สำหรับท่านที่ชื่นชอบก็แวะเวียนไปได้หลังพระวิหารนะครับ อยากจะแนะนำสักนิดสำหรับท่านที่เชื่อ หรือจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง หรือจะไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่อะไรก็ตามที ขอให้ระลึกบุญแผ่เมตตาจิตไปให้นางสักหน่อยนะครับ ไปไหว้พระแล้ว ไปชมพระธาตุแล้ว ก็แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ด้วย จิตใจจะได้เปี่ยมบุญ เป็นหลักการชีวิตแบบวิถีคิดบวกที่ได้ผลดีต่อใจนะครับ  ปิดท้ายด้วยภาพนี้  น้องทีมงานของเรา ยืนชื่นชมขอนไม้ตะเคียนต้นใหญ่ แต่ก็ไม่มีดวงอีกเช่นกัน ฮ่า ๆ ...

"การเสี่ยงโชคไม่ทำให้ใครรวย แต่ก็ไม่ช่วยให้ใครมามาลำบากแทนผู้เสี่ยงนะครับ" 

ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างนับถือศรัทธา หรือมีแนวคิดไม่เหมือนกัน สิ่งสำคัญคือ จะดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข ไม่เบียดเบียนแบ่งปันความทุกข์อันเกิดจากทุกขลาภไปให้ผู้อื่นนะครับ และขอจงมีพลังต่อสู้กับอุปสรรคในชีวิตประจำวันเพื่อประสบความสำเร็จกันถ้วนทุกคนดีที่สุดครับ  และอย่าลืมว่า เงินทองที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรงสบายใจที่สุด เสี่ยงโชคได้ แต่อย่าเกินกำลังทรัพย์นะครับ ไม่โลภ ลาภจึงเกิด

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับดาวพระธาตุ ที่จะฉายแสงขึ้นเหนือพระธาตุในวันพระใหญ่ และกล่าวกันว่า สำหรับผู้ที่มีกรรมสัมพันธ์เท่านั้นจึงจะได้เห็น แล้วผู้เขียนจะมาเล่าต่อในตอนต่อไปนะครับ ติดตามได้ที่ "สายเล่า" ตำนานดาวพระธาตุจอมปิง ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความของผู้เขียนนะครับ ฝากติดตามผลงานผ่านช่องยูทูปชันแนล "สายฮีล's ไดอารี่ส์" ด้วยนะครับ จะพยายามสร้างสรรค์งานดี ๆ ให้กับทุกท่านได้รับชมกันอย่างแน่นอนครับ

 

....... ไป๋ล่ง ....... 

Powered by MakeWebEasy.com